ความสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญ
02/10/2020Highlight
- “ศาลรัฐธรรมนูญ” องค์กรตุลาการที่ทำหน้าที่ให้หลักประกันความเชื่อมั่นแก่องค์กรทุกฝ่ายรวมถึงประชาชน ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักรัฐธรรมนูญ
- หากบทบัญญัติของกฎหมายมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บุคคลหรือผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ สามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องโต้แย้งปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญต่อศาลรัฐธรรมนูญ
มนุษย์ทุกคนเกิดมาย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมเสรีภาพที่จะกระทำอะไรก็ได้โดยปราศจากข้อจำกัด แต่หากทุกคนใช้เสรีภาพเช่นนั้น ก็คงจะไม่มีใครยอมใครและเกิดความวุ่นวาย ฉะนั้นเมื่อมาอยู่ร่วมกันในสังคมแล้ว เพื่อให้เกิดความสงบสุข มนุษย์แต่ละคนจึงต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพของตัวเองลง โดยใช้กฎเกณฑ์ทางสังคมต่างๆ ตั้งแต่จารีต ประเพณี ศีลธรรม และกฎหมายเพื่อเป็นกฎเกณฑ์ที่มีสภาพบังคับที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ให้มนุษย์ย่อมทำอะไรก็ได้ตามสมัครใจ เว้นแต่การนั้นจะมีกฎหมายห้ามหรือกำหนดรูปแบบวิธีการไว้ กฎหมายจึงเป็นบทบัญญัติที่เป็นทั้งการกำหนดข้อห้ามและข้อปฏิบัติของประชาชน ซึ่งในบรรดากฎหมายทั้งหลายนั้น รัฐธรรมนูญได้ถือเป็นกฎหมายสูงสุด
โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติกฎเกณฑ์ที่มีผลผูกพัน บังคับเหนือองค์กรฝ่ายต่าง ๆ ทั้งในเรื่องโครงสร้าง องค์ประกอบ ที่มา หน้าที่และอำนาจ ตลอดจนกระบวนการทำงานขององค์กรทั้งหลายเหล่านั้น รวมถึงกำหนดเงื่อนไขและข้อห้าม ซึ่งมีบทบังคับในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หากมีการปฏิบัติหรือกระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใดโดยไม่เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจ หรือละเมิดเงื่อนไขและข้อห้ามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องมี องค์กรพิทักษ์ความเป็นกฎหมายสูงสุดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ศาลรัฐธรรมนูญของไทยเป็นองค์กรตุลาการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีขึ้น เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิและความเป็นธรรมแก่ผู้ยื่นคำร้องและผู้ถูกร้อง เมื่อเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งมีหน้าที่วินิจฉัยข้อโต้แย้งในระบบยุติธรรมทางรัฐธรรมนูญ โดยใช้อำนาจตุลาการพิจารณาตรวจสอบ “ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ” ของกฎหมายและการกระทำซึ่งเป็นการใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจตุลาการของศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะเริ่มต้นขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเกิดข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญ และมีผู้ยื่นคำร้องเป็นคดีรัฐธรรมนูญตามช่องทางและขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
สำหรับการโต้แย้งปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญในวงงานขององค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงก่อนที่ร่างกฎหมายจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้บังคับ และในช่วงหลังจากกฎหมายที่รัฐสภาได้ตราขึ้นและมีผลบังคับใช้แล้ว หากมีการโต้แย้งขึ้นว่าร่างกฎหมายหรือร่างข้อบังคับการประชุมของฝ่ายนิติบัญญัติฉบับนั้น “มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ” หรือ “ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ” หรือเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ “มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้” องค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือนายกรัฐมนตรี ก็สามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องโต้แย้งปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายนั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยได้
และในกรณีที่กฎหมายที่รัฐสภาได้ตราขึ้นได้มีผลบังคับใช้แล้ว หากปรากฏภายหลังว่าบทบัญญัติของกฎหมายฉบับหนึ่ง ๆ มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บุคคลหรือผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายนั้นก็สามารถยื่นคำร้องโต้แย้งปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวต่อ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” เพื่อพิจารณาและใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ หรือในกรณีที่บุคคลซึ่งเป็นคู่ความในคดีหนึ่ง ๆ หรือศาลที่พิจารณาคดีนั้น เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดี “ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น” ก็สามารถส่งความเห็นหรือคำโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะกฎหมายฉบับใด ๆ จะมีผลใช้บังคับโดยสมบูรณ์ได้ ย่อมต้องเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหาชอบด้วยรัฐธรรมนูญเท่านั้น
นอกจากการควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายและกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นไปเพื่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีหน้าที่และอำนาจอีกหลายประการ เช่น การพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ การร้องขอให้เลิกการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการพิจารณาวินิจฉัยเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามคำร้องของประชาชน ได้แก่ การพิจารณาวินิจฉัยกรณีที่ประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามหน้าที่ของรัฐที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หรือการพิจารณาวินิจฉัยกรณีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
“ศาลรัฐธรรมนูญ” จึงมีความสำคัญในฐานะองค์กรตุลาการที่ทำหน้าที่ให้หลักประกันความเชื่อมั่นแก่องค์กรทุกฝ่ายรวมถึงสาธารณชนว่า เมื่อใดก็ตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายและการทำหน้าที่หรือใช้อำนาจขององค์กรใด ๆ ก่อให้เกิด “ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ” หรือส่งผลกระทบกระเทือนต่อ “สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ” ของบุคคล ย่อมสามารถถูกโต้แย้งและหาข้อยุติในกระบวนการทางตุลาการด้วยความเป็นธรรมได้ โดยการยื่นคำร้องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยให้บทบัญญัติใดของกฎหมายและการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ ด้วยเหตุที่ “ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ” ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ






Login with facebook
Login with google